Headlines News :
ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธัญญ่า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธัญญ่า แสดงบทความทั้งหมด

“ธัญญ่า” ไม่เชื่อ “เป๊ก” แอบนัดเจอ “พิ้งกี้” ที่โรงแรม

“ธัญญ่า” ไม่เชื่อ “เป๊ก” แอบนัดเจอ “พิ้งกี้” ที่โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ ปาร์ค เผยสามีบอกใจกลางเมืองขนาดนั้นใครจะกล้านัดเจอกัน ลั่นปล่อยวางกับเรื่องดังกล่าวแล้ว เพราะยืดเยื้อมา 3 ปีจนชินชา



เพิ่งจะโดนมองพ้นข้อหามือที่3 ครอบครัว “เองตระกูล” ไปไม่ทันไรเพราะมีข่าวว่าสาว “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช” เตรียมสละโสดกับหนุ่มฮ่องกง แต่ล่าสุดกลับมีคนเห็นนางเอกสาวและหนุ่ม “เป๊ก สัณชัย” ที่โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ ปาร์ค ซึ่งมีนักข่าวหัวสีได้โทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลและตักเตือน แต่กลับถูกสาวพิ้งกี้ด่ากลับ เมื่อเรื่องดังกล่าวแดงขึ้น ร้อนถึงภรรยาสาว “ธัญญ่า ธัญญาเรศ” ต้องออกมาชี้แจง ซึ่งเจ้าตัวก็เผยว่าตนไม่ปักใจเชื่อข่าวดังกล่าว

"ก็รู้ข่าวจากที่ทุกคนรู้ จริงๆไม่ได้อ่านเนื้อหาข่าว เห็นแค่พาดหัวข่าว มีเพื่อนส่งมาให้ดู สำหรับพี่เป๊กไม่ได้ถาม แต่ว่าส่งข่าวไปให้เขาดู เขาก็บอกว่าใครจะไปนัดกันที่โรงแรมขนาดนั้น ส่วนตัวเราเชื่อข่าวนี้ไหม ไม่เชื่อนะ เพราะตามเนื้อข่าวเหมือนไปป๊ะกัน ไม่ได้นัดกัน ฉะนั้นโอเคถ้าบังเอิญไปเจอ อาจจะเป็นไปได้ แต่ถ้านัดกันไม่น่าใช่ พี่เป๊กเขาไม่ได้บอก แค่บอกว่า ถ้าจะนัดกัน คงไม่นัดกันในเมืองหรอกเท่าที่ธัญญ่าทราบไม่มีนะคะ เพราะหลังจากกลับมาจากยุโรป อยู่กรุงเทพไม่กี่วันพี่เป๊กก็ไปใต้ค่ะ"

"กับเรื่องนี้ตัวธัญญ่าเฉยๆ ไม่ได้ถามด้วยซ้ำว่าเจอไปมารึเปล่า แค่เราอ่านข่าวก็ไม่ได้มีความรู้สึกเป็นเนกาทีฟหรือโพสสิทีฟ เฉยๆ จริงๆ ค่ะแล้วเราต้องมานั่งให้สัมภาษณ์ข่าวนี้ 3 ปีแล้ว มันเหมือนกลายเป็นความเคยชิน เฉยๆ อ่านข่าวก็ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไร ไม่รู้สึกแย่อะไรเลย คิดว่าจบจริงไหมก็คงจบมั้ง เพราะเรื่องนี้เราไม่ได้คิดมานานแล้ว”

“ตั้งแต่เกิดเรื่องล่าสุด หลังจากนั้นเราก็พยายามไม่อยากรู้ ไม่อยากเห็น ไม่อยากจะให้มีเรื่องราวอะไรขึ้นมาอีก ฉะนั้นเรารู้สึกเฉยๆ มาก และไม่อยากจะรู้อะไรที่มันทำให้เราต้องมานั่งเครียด ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจ เพียงแต่อะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เราไม่คิดแล้ว เหมือนเราปลง หรือว่ามันชินไม่รู้ กลายเป็นไม่ได้สะทกสะท้านความรู้สึกเราเลยไม่มีความคิดเลยว่าต้องสืบเสาะหาความจริงให้ได้ ต้องรู้ให้ได้ ถ้าเป็นเมื่อก่อน อย่างเราไปต่างประเทศกัน โทรศัพท์พี่เป๊กวางอยู่เราก็หยิบมาดูแล้ว แต่ตอนนี้ไม่มีความคิดอยากจะหยิบเลย เขาก็วางไว้ แต่เราก็ไม่อยากรู้"

"มันกลายเป็นว่าเราไม่คิด ไม่นึกถึงว่าจะไปไหนกับใคร อยู่กับใคร เราก็สบายใจเอง มันไม่ฟุ้งซ่าน อีกอย่างพี่เป๊กเขาก็ทำตัวดี เขาก็อยากมีเวลากับครอบครัวเยอะขึ้น แต่ถือว่าไว้ใจเขาไหม ก็อย่างที่บอกว่าไม่คิด พอเราไม่คิด ก็สบายใจ ความไว้ใจมันก็จะเกิดขึ้นเอง ถ้าเราไปนั่งคิดอะไรเยอะแยะมากมาย ความไว้ใจจะไม่มีวันเกิด อาจจะเพราะว่าเราเหมือนมันปลงชีวิต มันกลายเป็นไม่อยากมานั่งมีปัญหา มันเลยจุดพีกมานานแล้ว มีข่าวมาก็เฉยๆ ไปคิดมันมากก็ปวดหัว เพราะ ณ วันนี้ชีวิตครอบครัวก็แฮปปี้ดี ไปทำกิจกรรมด้วยกัน ไปเที่ยว แต่จริงๆข่าวนี้ไปถามพี่เป๊กกับคนที่เป็นข่าวด้วยจะดีที่สุด เพราะตัวเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง จะไปตอบแทนได้ แต่ในส่วนธัญญ่ารู้สึกเฉยๆ ค่ะ"

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

“ธัญญ่า” เคลียร์แทน “เป๊ก” โพสต์ “จะเอายังไงวะ” แค่เล่นๆ ไม่ได้ทะเลาะกัน

“ธัญญ่า” บอกเป็นเกียรติที่เหล่าเมียหลวงยกเป็นไอดอล ปราบเมียน้อย โวละคร “แรงเงา” ที่ตนเล่นเป็นเมียหลวงกระแสดี รับอินกับบทนี้มาก พร้อมเคลียร์แทน “เป๊ก” กรณีขึ้นรูป “ลียา” ใน IG และโพสต์ข้อความ “จะเอายังไงวะ” แค่ลงเล่นๆ ตามประสาผู้ชายไม่เรียบร้อย ไม่ได้ทะเลาะกัน


       
       ต้องมารับบทเป็นเมียหลวงในละครเรื่อง “แรงเงา” ที่ต้องตามราวีเมียน้อยที่มายุ่งกับสามีตนเอง ทำเอา “ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล” ออกปากว่า อินกับบทมากๆ แถมตอนนี้ยังมีข่าวว่า บรรดาเมียหลวงทั้งหลายยกให้เป็นไอดอลไปแล้ว เจอตัวสาวธัญญ่า ที่อุ้มลูกสาว “น้องลียา” มาร่วมงาน “The Giant Octopus and The Adventure of The Pirates” ที่ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล สยามพารากอน เจ้าตัวก็ถึงกับยิ้มกริ่มที่ได้รับเกียรตินั้น
       
       “ละครมันแรง บทที่ธัญญ่าได้รับมันแรงจริงๆ ละครเรื่องนี้มีมานานแล้ว ส่วนเรื่องของเรามันก็เป็นชีวิตจริงที่มันเกิดขึ้น ธัญญ่าว่ามันเกิดขึ้นได้ในทุกๆ ครอบครัว ธัญญ่าว่าในโลกเรามันก็มีหลายๆ ครอบครัวที่อาจจะประสบพบเจอเรื่องแบบนี้กันได้ เรื่องราวมันก็แตกต่างกันไป”
       
       “เราก็เล่นตามบท ไม่มีเสริมเติมอะไร เพราะผู้กำกับค่อนข้างที่จะเป๊ะ บทมายังไงเราก็เล่นอย่างนั้นไม่มีเติม เติมนี่จะเป็นเรื่องของอารมณ์ตามการแสดงมากกว่า แต่บทพูดเราต้องพูดให้ตรงตามสคริปต์ที่เขาวางไว้ เราอินกับบทมากกว่า เรามองว่า นพนภาน่าสงสารจังเลย เราก็จะต้องเข้าใจในบทของตัวละคร เราก็จะพยายามนึกถึง ถ้าเราเป็นตัวนพนภาเราจะมีการแสดงออกยังไง”
       
       “ส่วนตัวมองว่าเรื่องราวในละครไม่ได้คล้ายอะไรกับชีวิตจริงเรานะ ด้วยบางส่วนอาจจะมองว่ามันเหมือนหรือว่ามันคล้าย แต่ด้วยปัญหาที่มันเกิด หรือลักษณะนิสัยของแต่ละคนในเรื่องมันไม่เหมือนเลย ตอนนี้บรรดาเมียหลวงยกให้เป็นไอดอล ก็ตลกดีนะ เราก็ไม่ได้ขนาดนั้น ชีวิตจริงเรามันอาจจะไปตรงกับละครนิดนึง”
       
       “แต่ธัญญ่าว่าแต่ละคนก็ต้องมีวิธีจัดการกับชีวิตตัวเองอยู่แล้ว แต่ถ้าใครอยากจะเอาเราเป็นไอดอลก็ขอบคุณค่ะ รู้สึกเป็นเกียรติ จริงก็ไม่คิดว่าเรื่องราวของครอบครัวเรามันจะเป็นเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ อยากจะบอกว่าปัญหานี้มันเกิดขึ้นได้กับทุกๆ สังคม ทุกๆ ครอบครัวในทุกประเทศ ก็แล้วแต่ว่าใครจะจัดการกับปัญหาชีวิตตัวเองยังไง”
       
       “กระแสคนรอบข้างดีมากเลย คนชอบกันเยอะ บอกว่า ตัวนพนภาไม่ใช่คนที่ร้ายกาจขนาดนั้น แต่ว่าตลกด้วย เราเองก็คิดอย่างนั้น ดูแล้วก็ขำดี ชีวิตจริงไม่ได้เป็นอย่างนี้เลย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ คงแตกกันไปข้างนึงแล้วพี่เป๊กไม่ได้ดูพอดีเขาไปต่างประเทศ แต่โดยส่วนใหญ่เขาไม่ได้ดูละครที่เราเล่นอยู่แล้ว เหมือนเขาไม่ชอบดู พี่เป๊กเขาไม่เครียดหรอกค่ะ เขาเครียดมาเยอะแล้ว เรื่องละครก็ให้เป็นเรื่องของความบันเทิงไป”
       
       แจงกรณีหนุ่ม “เป๊ก” ขึ้นรูปอินสตาแกรมเป็นรูปของ “ลียา” พร้อมโพสต์ข้อความ “จะเอายังไงวะ” แค่ลงเล่นๆ ตามประสากวนๆ ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน โวตอนนี้ชีวิตแฮปปี้ดี
       
       “ก็มีเพื่อนส่งมาให้ดู ธัญญ่าก็เข้าไปดูของพี่เป๊ก พอเห็นก็เลยถามเขา เขาก็บอกว่าเห็นหน้าลียากวนดี ธัญญ่าก็เลยบอกว่ารูปลูกสาวมันไม่ควร เขาก็บอกว่าเขาก็ลืมคิดไป เหมือนเขาลืมคิดว่าเดี๋ยวนี้อินสตาแกรมโพสต์อะไรก็ได้ แต่เดี๋ยวนี้คนก็เข้ามาดูกันเยอะ”
       
       “เขาไม่ได้หมายความถึงใครเลย ด้วยความที่พี่เป๊กเขาเป็นคนกวนอยู่แล้ว เขาไม่ใช่คนเรียบร้อยในการใช้ศัพท์ของเขามันเลยจะดูแรงไปนิดนึงถ้าคนอื่นมาอ่าน แต่เขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะลบแล้ว ไม่ได้ทะเลาะกันเลย เราไม่ได้ทะเลาะกันนานแล้ว แฮปปี้ดีค่ะ เรื่องเที่ยวคงจะเป็นปีหน้าว่าจะไปอเมริกากัน เพราะธัญญ่าต้องไปเยี่ยมคุณแม่อยู่แล้ว ก็คงไปกันทั้งครอบครัว ก็คงจะหลังปีใหม่”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

พิงค์กี้-สาวิกา โดนเม้าท์ควง สามี ธัญญ่า ดูหนัง


''พิงค์กี้'' สาวิกา ไชยเดช งานเข้าโดนเม้าท์อีกหาควงสามี ''ธัญญ่า'' ไปดูหนังในห้างย่านลาดพร้าว เจ้าตัวเผยไปดูหนังกับแม่และป้าไม่มีคนอื่น ไม่เชื่อดูกล้องวงจรปิดของห้างได้ ข่าวนี้โกรธมาก แขวะขาเม้าท์จิตใจทำด้วยอะไร ก่อนจะพูดควรดูให้แน่ใจก่อนว่าความจริงเป็นเช่นไร 


ยังคงเป็นดาราที่มีเรื่องให้พูดถึงอยู่เป็นประจำ สำหรับนางเอกหน้าแขก ''พิงค์กี้'' สาวิกา ไชยเดช ที่ล่าสุดโดนขาเม้าท์ อ้างว่าเห็นนางเอกสาวควงคู่ไปดูหนังกับ 'เป๊ก-สัณชัย สามีของนางเอกแม่ลูกอ่อน ''ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง จนทำให้คนที่ได้ทราบข่าวต่างเป็นห่วงในเรื่องของมือที่สามที่ยืดเยื้อมานานว่ายังไม่จบอีกหรือ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์นางเอกสาว พิงค์กี้ ที่เดอะ ไนน์ พระรามเก้า เมื่อวันก่อน ถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่าแท้จริงแล้วเป็นเช่นไร ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าตนไม่ได้ไปดูหนังกับ เป๊ก-สัณชัย แน่นอน ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดได้ และชี้แจงว่าไปดูหนังจริง แต่ไปกับครอบครัว ซึ่งมีแม่และป้าไปด้วย ตนอยากรู้ว่าคนที่ปล่อยข่าวจิตใจทำด้วยอะไร ควรจะดูให้แน่ใจก่อนแล้วค่อยพูด ซึ่งเรื่องนี้ตนโกรธมาก

''อยากจะบอกว่าคนที่ให้ข่าวนี้ว่าจิตใจเค้าทำด้วยอะไร คิดได้ยังไง เอาข่าวเท็จมาลง การที่เราไปดูหนังเราไปกับคุณป้าคุณแม่ ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว เราไปเป็นประจำอยู่แล้วกับครอบครัว แล้วก็พี่ๆ คนที่เก็บตัวก็ถ่ายรูปกับเราเป็นประจำอยู่แล้ว คือควรจะมีเหตุและผลบ้าง ก่อนที่จะพูดออกไป ว่าควรจะดูให้แน่ใจว่าเค้ามากับใคร ป้ากับแม่เราก็ยืนอยู่ข้างหลัง แล้วเข้าไปพนักงานทุกคนเห็นว่าเราไปกับใคร ดูกล้องวงจรปิดได้ ไม่มีผู้ชายไปด้วยแน่นอน ข่าวนี้ปัญญาอ่อนมาก และโกรธมากกับข่าวนี้ พี่เป๊กก็ไม่ใช่คนในครอบครัว และไม่ได้อยู่ในสมองหนู คือคนเม้าท์ก็อย่าเม้าท์จนเกินไป ก็รู้สึกว่าปล่อยเค้า สิ่งที่เค้าทำมันก็คงย้อนเข้าตัวเค้าเอง คนเม้าท์เราคงจะห้ามไม่ได้ถ้าอีกสิบปีเค้ายังอยากจะเม้าท์อยู่ก็ เราก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ปล่อยเค้าไป"

เมื่อถามว่าข่าวนี้ส่งผลกระทบทางด้านจิตใจอย่างไรบ้าง เพราะโดนกระแสทางด้านลบอยู่ตลอด พิงค์กี้ เผยว่าตอนนี้ไม่ส่งผลอะไร  

"เมื่อก่อนก็อาจจะมี แต่ตอนนี้ไม่ส่งผล เพราะเราคงไม่มานั่งคิดอะไรแล้ว ก็ใช้เวลาและผลงานที่เราทำเป็นเครื่องพิสูจน์ ก็อยากฝากคนเม้าท์ก็ช่วยคิดถึงจิตใจคนอื่นบ้าง นี่ก็จะสี่ปีแล้วมันยังไม่จบอีก'' พิงค์กี้กล่าว

ต่อมาล่าสุดวันที่ 14 ก.ย. 55 ดาราสาวพิงค์กี้เดินทางมาร่วมงานของสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส ที่ชั้น 5 สยามพารากอน ซีนีเพล็กซ์ เลยไม่พ้นที่จะถูกถามคำถามที่ ธัญญ่า พูดแซว ''เป๊ก-สัญชัย'' ในคอนเสิร์ต ''เจ-เจตริน'' ว่าเลิกยุ่งกับเมียน้อยรึยัง? โดยเจ้าตัวปฏิเสธที่จะออกความคิดเห็น เพราะเป็นเรื่องของคนอื่น

''ไม่พูดค่ะ มันไม่ใช่เรื่องของหนู มันเป็นเรื่องของคนอื่น ต่างคนต่างอยู่ดีกว่าค่ะ โนคอมเมนต์ อย่าพูดเลยดีกว่าเรื่องนี้ เอาเรื่องอนาคตดีกว่า  คงไม่อยากออกไปไหนแล้ว อยู่ดูหนังที่บ้านดีกว่า ก็พยายามแบบว่าซื้อดีวีดีมาดูที่บ้านดีกว่า ชีวิตเดินหน้า'' 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหมือนคุณแม่อยากให้มีแฟนแล้ว มีความคิดเห็นอย่างไร พิงค์กี้เผยว่า เดี๋ยวก็คงมีแล้ว ข่าวต่างๆ เกี่ยวกับมือที่สามจะได้จบไปเสียที อีกทั้งตอนนี้ก็เปิดใจรับหนุ่มๆ แต่ยังไม่เจอคนที่ใช่ 

''เดี๋ยวก็คงจะมีแล้วล่ะ จะได้จบๆ ไป ก็เปิดใจค่ะ แต่ยังไม่ได้เจอใคร กลัว...สเปกไม่ได้คาดหวัง ถ้ามีเดี๋ยวก็เห็นเอง มีความสุขที่บ้านอยู่แล้ว เลี้ยงนก เลี้ยงแมว'' พิงค์กี้ กล่าว

“ธัญญ่า” เล่นแรง แซว “เป๊ก” เลิกกับเมียน้อยหรือยังกลางคอนเสิร์ต “เจ”

“ธัญญ่า” แจงแซว “เป๊ก” เลิกกับเมียน้อยหรือยัง ในคอนเสิร์ต “เจ” แค่มุกขำๆ ไม่ได้เหน็บแนมใคร ยันไม่สนใจข่าว “พิ้งกี้” ควงเป๊กดูหนัง ลั่นอะไรที่ไม่เห็นกับตาตัวเองจะไม่เชื่อ เปรย “ลียา” เริ่มรู้เรื่องพ่อ และอยากให้พ่อ-แม่อยู่กันพร้อมหน้า

เป็นประเด็นขึ้นมาอีก เมื่ออยู่ๆ “ธัญญ่า ธัญญาเรศ” ไปแซว “เป๊ก สัญชัย เองตระกูล” ในงานคอนเสิร์ต “เจ เจตริน วรรธนะสิน” ว่า เลิกกับเมียน้อยหรือยัง ทำเอาเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมจำนวนมากที่ไปดูคอนเสิร์ต และเมื่อสอบถามกับสาวธัญญ่า เจ้าตัวก็บอกว่า แค่แซวเล่นๆ ขำๆ กันไม่ได้มีเจตนาอะไรแอบแฝง



“คือ จริงๆ ประเด็นมันไม่ได้มีอะไรเลยนะคะ ก็แค่โดนลากขึ้นไปเต้นเพลงสาวบางโพ แล้วพี่เจเขาก็เหมือนสัมภาษณ์แต่ละคน แล้วก็ให้พูดทักทายแฟนๆ ของพี่เจ เราก็แบบเอ๊ะแล้วเราจะพูดอะไรล่ะ มันแบบสวัสดีค่ะ...จบ เราก็เลยแบบนึกมุขขำๆ พอดีพี่เป๊กเขาอยู่ตรงนั้นไงคะ เราก็เลยพูดประโยคนั้นไป ก็บอกพี่เป๊ก เลิกกับเมียน้อยหรือยัง อะไรอย่างนี้ แล้วพี่เป๊กเขาก็ขำๆ แล้วเขาก็หลบไปอยู่ใต้โต๊ะ คนก็ขำๆ มันแค่นั้นเองค่ะ”

“พี่เป๊กไม่คิดมากเลย ก็มีคนถ่ายรูปและเอาไปลงอินสตาแกรม แล้วก็ถามว่าขึ้นไปทำอะไร บางคนก็คิดว่าทะเลาะรึเปล่า ไปโวยวายบนเวที แต่ทุกคนที่อยู่ในคอนเสิร์ตวันนั้นจะเข้าใจว่ามันเป็นมุขขำๆ มากกว่า ไม่มีการพูดอะไรเลย เต้นกันลืมแก่ (หัวเราะ) อยู่ในคอนเสิร์ตแบบเฮ้วๆ นะคะ”

ลั่นไม่สนใจข่าวสาว “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช” ควงสามีตนดูหนัง บอกอะไรที่ไม่เห็นด้วยตาตัวเองจะไม่เชื่อ

“ทราบค่ะ ก็ทราบจากข่าวเหมือนกัน เราก็แซวเขาว่าพี่เป๊กไปดูหนังบิ๊กซีมาหรอ เขาก็แบบอะไร ไม่ได้ไป ก็จบแค่นั้นค่ะ แนวกวนๆ มากกว่า เพราะว่ามันเหมือนมันเลยจุดที่จะมานั่งเซ้าซี้ มานั่งแบบทะเลาะอะไรก็ไม่รู้แล้ว ไม่รู้สิ ขี้เกียจเอามาเครียดเยอะ ก็ไม่รู้นะคะ คือเราก็ไม่อยากจะบอกว่าไม่เชื่อหรือเชื่อ ก็ไม่เก็บเอามาใส่ใจดีกว่า ก็ต้องดูไปเรื่อยๆ”

“ตอนนี้ก็พยายามจะไม่เครียดกับเรื่องอะไรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข่าวหรืออะไรก็ตามที่มันเข้าหูเรา เราก็ชิลล์ๆ ไป จริงๆ อย่างเรื่องข่าวมันไม่ได้มีผลกระทบกับธัญญ่าเลยนะคะ เพราะว่าเรื่องที่เป็นข่าวเราไม่รู้ว่าอะไรจริง หรือไม่จริง แต่เราจะซีเรียสกับเรื่องที่เราเห็น ที่เราได้ยิน และที่เราเจอ ต้องเห็นเอง รู้เอง อะไรอย่างนี้เราจะซีเรียสกับแบบนั้น”

“เห็นว่า น้องเขาออกมาเคลีย์แล้ว อันนี้เราก็ไม่ทราบว่ายังไงไม่ได้อ่าน เรื่องดูหนังเราไม่สนใจ เราสนใจเรื่องแมสเสจ มันไม่ใช่แมสเสจเป็นวอทแอปด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาเราติดใจเรื่องนั้น แต่เรื่องของการดูหนัง เราไม่ได้ติดใจ ถ้าเราไม่ได้เห็นเอง เรื่องไปดูหนังเราแทบจะไม่ได้พูดกันเลย นอกจากแซวๆ อย่างที่บอกอย่างเรื่องขึ้นเวที ก็ไม่ได้เป็นเรื่องอะไรเพราะเขาก็เข้าใจว่าเราแซว อย่างเวลาธัญญ่าแซว ก็จะแซวแบบกัดๆ กวนๆ ค่อนข้างจะแรงเหมือนกัน ก็จะเป็นลักษณะนี้ ก็จะเข้าใจกัน”

เผยถึงจะแยกบ้านอยู่กับสามี แต่สถานะความเป็นครอบครัวก็ยังอยู่ เปรยลูกสาว “ลียา” เริ่มรู้เรื่องพ่ออยากให้พ่อแม่อยู่กันพร้อมหน้า

“สถานะครอบครัเราตอนนี้ยังโอเคค่ะ ไม่ได้มีเรื่องให้ทะเลาะกัน ตั้งแต่เรื่องนั้นก็ยังราบรื่น ก็แฮปปี้เรื่องลูกด้วย เขาเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ เริ่มพูดโน่นพูดนี่ให้เราหัวเราะ คือเวลาพี่เป๊กจะออกไปข้างนอก เขาก็จะแดดดี้ไปไหน ไปกินเหล้าหรือเปล่า (หัวเราะ) ที่ผ่านมาเราก็ทำอะไรด้วยกันอยู่แล้วค่ะ ทำกิจกรรมร่วมกัน ไปทานข้าว อะไรก็แล้วแต่ ไปกัน 3 คนพ่อแม่ลูกค่ะ”

“แค่พี่เป๊กกับธัญญ่าไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็จะมาเจอกัน เราก็จะไปที่บ้านไปรับลียา ไปทานข้าวกันบ้าง (เป๊กบอกรอบ้านเสร็จสิ้นปีจะชวนธัญญ่ามาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า 3 คน) อันนี้ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน สำหรับตอนนี้เราก็ยังยืนยันว่าเราอยู่แบบนี้เราสบายใจ อย่างที่บอกว่าเวลาอยู่ด้วยกันเยอะๆ ความอยากรู้ของผู้หญิงมันก็มี แล้วมันก็จะเป็นบ่อเกิดของความทะเลาะ เดี๋ยวจะมีคลิปออกมาอีก เหนื่อยแล้ว (หัวเราะ)”

“ทุกวันนี้มันไม่ใช่ว่าแยกบ้านแล้วมันจะไม่ได้อยู่ในสถานะแบบสามีภรรยา เราก็แค่แยกบ้าน มันก็คือยังเป็นครอบครัว แต่ลียาองเขาก็มีพูดว่าอยากให้เราอยู่ด้วยกัน โอเคเขาจะเข้าใจแล้วว่า วันนี้คืนนี้นอนบ้านแดดดี้ คืนนี้นอนบ้านม่ามี๊ แต่บางทีเวลาเราไปส่ง เขาก็จะบอกว่าอยากนอนกันแดดดี๊ มามี๊อ่ะ เราก็กล่อมเขานอนแล้วค่อยกลับ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

“ธัญญ่า” โต้สกัดดาวรุ่ง “พิ้งกี้” กัดไปทำพวกเบอร์หนึ่งไม่ดีกว่าเหรอ

“ธัญญ่า” บอกดีแล้วที่ “พิ้งกี้” อยากจบ เพราะตนก็เหนื่อยแล้วเหมือนกัน ตอกกลับพิ้งกี้หลังไล่คนปล่อยคลิปไปทำประโยชน์ให้สังคม สวนนี่ก็เป็นประโยชน์เพราะทำให้สังคมรับรู้ พร้อมโต้เจตนาสกัดดาวรุ่งอีกฝ่าย กัดไปทำพวกเบอร์หนึ่งไม่ดีกว่าเหรอ



หลังจากที่นางเอกคู่กรณี “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช” ออกมาขอโทษ “ธัญญ่า ธัญญาเรศ” ทั้งน้ำตา กรณีส่งข้อความ “คิดถึง” ไปหา “เป๊ก สัณชัย เองตระกูล” สามี โดยยืนยันว่าเป็นเพราะเป๊กส่งมาหาก่อน ตนจึงตอบตามมารยาท แต่ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ก่อนจะออกโรงป้องแม่ของตนเองว่า พูดไปเพราะอยากปกป้องลูก แต่บริสุทธิ์ใจไม่ได้มีเล่ห์เหลี่ยมอัดเสียง รวมถึงวิงวอนอยากจบ ล่าสุด “ธัญญ่า” ได้มาร่วมงานเปิดสาขาใหม่ isky ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนลตัล เจ้าตัวก็ได้เผยถึงคู่กรณีบ้างว่า…

“เขาออกมาพูดแล้วก็ดีค่ะ ถ้าทุกอย่างจบได้ก็ดี เราก็จบเหมือนกัน แต่ที่เขาไม่ได้ฟันธงว่าจะหยุดส่งข้อความ อันนี้เราก็คงจะไปกำหนดกฎเกณฑ์อะไรไม่ได้ค่ะ รอให้เป็นเรื่องขออนาคตแล้วกัน ส่วนเรื่องที่ธัญญ่าคลางแคลงใจหรือเปล่า ก็อย่างที่บอก ที่ผ่านมามันเป็นเรื่องประโยคที่ส่งมาเป็นอะไรที่ในฐานะคนเป็นภรรยามันเข้าใจยากจริงๆ อยู่แล้ว แต่เราก็พยายามเข้าใจอยู่ทุกวันนี้ค่ะ”

“ถามว่าพอเขาพูดแล้วสบายใจขึ้นมั้ย จริงๆ มันสบายใจขึ้นที่เราได้เคลียร์กับพี่เป๊กมากกว่าค่ะ (เขาก็ย้ำชัดว่าอย่าให้ใครไปยุ่งกับเขาอีก?) อ๋อ ค่ะ จริงๆ ถ้าไม่มีเรื่องประเภทนี้เกิดขึ้น ก็คงไม่มีใครยุ่งอยู่แล้วค่ะ เรื่องที่เขายืนยันว่าพี่เป๊กส่งมาหาเขาก่อน ตรงนี้เราไม่ได้เห็นไงคะ ว่าพี่เป็กส่งอะไรไป แต่เราเห็นที่เขาส่งมาเท่านั้นเอง”

เผยไม่ได้เคลียร์กับสามี “เป๊ก” เพราะแม้กระทั่งวันแถลงข่าวคู่กันตนก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสามีจะพูดอะไร แต่ยอมรับว่าทำให้ระแวงไม่เชื่อใจ

“ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้นที่มีการสัมภาษณ์กันเกิดขึ้น ธัญญ่าก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่เป๊กจะพูดอะไร เพราะไม่ได้มีการเตี๊ยมกันก่อน เราก็ได้ฟังพร้อมๆ กับทุกๆ คน แล้วก็จบแค่นั้นไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องนั้นอีกเลยค่ะ ธัญญ่ารับได้ที่พี่เป๊กพูดถึงเรื่องการส่งข้อความ จริงๆ แล้วเรื่องการส่งข้อความตามประสาคนรู้จักกันมันก็โอเค แต่อย่างที่บอกธัญญ่าไม่เห็นประโยคที่พี่เป๊กส่งไปว่าคืออะไร แต่เราเห็นที่เขาส่งกลับมาเท่านั้นเอง ก็พยายามเข้าใจค่ะ”

“เรื่องระแวงมันต้องมีอยู่แล้วค่ะ มันไม่ได้เชื่อใจร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว แต่ว่าเราเลือกที่จะให้โอกาสแล้วก็ต้องพยายามมองข้ามเรื่องนี้ไป ณ วันนั้นพี่เป๊กก็ไม่ได้บอกนะคะว่าจะไม่ส่ง ในฐานะคนรู้จักกัน มันก็ต้องมีส่งกันบ้างในเรื่องการส่งข้อความ”

“ถ้าทักทายธรรมดามันไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอก อย่างที่น้องส่งมา ถ้าไม่ใช่คำว่าคิดถึงเนี่ย ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่แล้ว จริงๆ เราก็ไม่ได้อยากยุ่งให้เป็นเรื่องเป็นราวอยู่แล้วค่ะ ในเมื่อสิ่งที่เราไปเจอมันทำใจในการยอมรับลำบากมาก เลยต้องเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ถ้าเกิดไม่มีข้อความลักษณะเชิงชู้สาว เราก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เรื่องนี้มันยาวนานไปแล้ว 3 ปี มันเหนื่อยเกินไปแล้ว ที่น้องบอกว่าไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวก็ดีแล้วค่ะ”

“พิ้งกี้” ฝากถึงคนที่ปล่อยคลิป หัวเราะกันสนุกแล้วก็กลับไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมบ้าง?
“อันนี้ขอไม่ออกความคิดเห็นดีกว่าค่ะ แล้วแต่คนดูจะพิจารณา”

เราไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เราทำไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคมใช่มั้ย ?
“(หัวเราะ) มันก็เป็นประโยชน์นะคะ มันก็เป็นประโยชน์ต่อสังคมนะคะ สังคมจะได้รับรู้ ถึงจะเจอเรื่องนี้จริงๆ ความสัมพันธ์ของธัญญ่ากับพี่เป๊กก็ไม่ได้ถอยหลังหรืออะไรนะคะ เท่าที่เราคุยกันวันนั้น พี่เป๊กออกมาพูดก็เคลียร์ แล้ว เราก็รู้สึกว่าว่าพร้อมเดิมหน้าเพื่อครอบครัว เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นการให้โอกาสอีกครั้ง ไม่ได้มีอะไร ไม่อยากเอาเรื่องเก่าๆ มาคิดให้คลางแคลงใจ รกสมองค่ะ”

“ให้โอกาสก็ไม่รู้ขั้นไหน ดูไปเรื่อยๆ ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ค่ะ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้กลับมาอยู่ด้วยกัน แต่ก็มีทริปที่จะพาลียาไปเที่ยวกันที่เกาหลีสิ้นเดือน กำลังคุยกับน้องสาวพี่เป๊กว่าจะเอาหลานๆ ไป จริงๆ ทุกทริปที่ไป เราก็ไปทำกิจกรรมมีลียา พี่เป๊ก ตัวเรา แต่ครั้งนี้น่าจะมีพี่เป๊กไปด้วยกับหลานๆ ค่ะ ตั้งแต่เกิดเรื่องเขาก็เหมือนเดิมนะคะ ไม่ได้มีการเอาใจมากขึ้น ก็แล้วแต่ เขาเป็นคนไม่ได้หวานแหวว แต่จะดูแลเสมอต้นเสมอปลาย”

ต่อกระแสที่หลายคนมองว่า “พิ้งกี้” กำลังจะกลับมาในวงการอีกครั้ง “ธัญญ่า” ก็เลยเอาเหตุการณ์นี้ขึ้นมาสกัดดาวรุ่ง กับประเด็นนี้เจ้าตัวตอกเจ็บ ถ้าจะทำไปทำพวกเบอร์หนึ่งไม่ดีกว่าเหรอ

“เหมือนอิจฉาเหรอ ไม่เกี่ยวหรอกค่ะ เพราะว่ามันจะทำไปเพื่ออะไร ที่มันเกิดขึ้นคือปัญหาครอบครัวมากกว่าไม่ได้เกี่ยวว่ากลับมาทำงานแล้วต้องไปสกัดดาวรุ่ง มันไม่มีเหตุผลที่ต้องอย่างนั้น อย่างนี้เราไปสกัดพวกเบอร์หนึ่งไม่ดีกว่าเหรอ(ยิ้ม)”

“ถ้ามันไม่ได้มีเรื่องราวชู้สาวเกิดขึ้นกับครอบครัวเรา ณ 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ข้อความนี้จะเป็นข้อความปกติค่ะ แต่เผอิญมันมีเรื่องนี้เกิดขึ้น เรายังไม่เชื่อใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็เลยทำให้มันเกิดปัญหาขึ้นเท่านั้นเอง แต่ถ้าจะมีใครมองแบบนั้น ก็แล้วแต่คนจะคิด แล้วแต่ใครจะมองเรื่องราวนี้ว่ายังไง ก็มีทั้งคนชอบและก็ไม่ชอบแหละค่ะ เพราะฉะนั้นเราจะไปบังคับความคิดของทุกคนก็ไม่ได้ ก็แล้วแต่ว่าใครจะใช้วิจารณญาณยังไง”

“ธัญญ่าไม่เช็คข้อความพี่เป๊กค่ะค่ะ แต่ที่ผ่านมาเราก็ไม่เช็ค เพียงแค่วันนั้นนั่งอยู่ด้วยกัน แล้วหยิบขึ้นมาก็มีข้อความวอทแอปขึ้นมา เลยกดดู ก็โป๊ะเชะเลย”

ยืนยันไม่ได้ตั้งใจอัดคลิปเสียง แค่อยากอัดให้สามีฟังเท่านั้นจริงๆ

“อยากจะบอกว่าวันนั้นเราไม่ได้ตั้งใจอัดเลยจริงๆ แค่จะโทร.ไปบอกแค่นั้น แต่เผอิญมีการใช้อารมณ์ความรุนแรง เจตนาเราจะอัดให้พี่เป๊กฟัง ยอมรับว่าเวลาธัญญ่าทะเลาะกับใครหรือโดนใครว่า ธัญญ่าจะไม่เป็นคนพูดแรงกลับ แต่จะเป็นคนกวน พอเราได้รับคำพูดจาที่มันแรง เราก็จะกวน”

“ไม่ได้ยั่วโมโหเพื่อให้เขาพูดแบบนั้นออกมา ไม่หรอกค่ะ อันนี้ก็แล้วแต่คนคิด อย่างที่บอกพอมันเจอคำพูดแรงๆ เราก็มีอารมณ์โมโหเหมือนกัน แต่ว่าจะให้ด่ากลับมันไม่ใช่วิสัยค่ะ แล้วเหตุการณ์นี้ก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของธัญญ่ากับพี่เป๊กแย่ไปกว่าเดิม เพราะว่า ณ วันนั้นที่เราพูดก็ถือว่าโอเคแล้ว เดี๋ยวรอดูอนาคตต่อไป”

“ส่วนกับฉายาเจ้าแม่อัดคลิป ตอนแรกโดนถามว่าปีนี้จะได้ฉายาใหม่มั้ย เราก็บอกไม่น่ามีฉายาแล้วอันเดียวพอ แต่ปีนี้ต้องมีอีกแน่เลย ตั้งฉายาธัญญ่าเรคคอร์ด (หัวเราะ) ก็โอเค ถ้ามองเป็นเรื่องขำมันก็ขำดีเนอะ แต่ตอนที่เกิดก็เป็นเรื่องซีเรียส เวลาผ่านไปมันก็โอเคก็น่ารักดี ถามว่ายอมรับได้มั้ย มันคงให้คนอื่นไม่ได้ เพราะที่ผ่านมารู้สึกจะมีแต่เราเรคคอร์ดอยู่คนเดียว”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

พิ้งกี้ น้ำตาคลอแจงสื่อ


กรณีฉาวไม่จบไม่สิ้น ธัญญ่า-เป๊ก-พิ้งกี้ หลังจากที่ ธัญญ่า-เป๊ก ควงแขนกันออกมาแถลงต่อสื่อว่า "อยากให้พิ้งกี้หยุดสักที" ได้เวลาที่พิ้งกี้จะได้มาพูดให้เคลียร์บ้าง


ล่าสุดที่งาน ZEN Body Sense 2012: Stories of Seduction เจอตัวสาว พิ้งกี้ สาวิกา นางเอกสาวเข้ามาพบกองทัพนักข่าวที่มาติดตามฟังคำชี้แจงแบบเคลียร์ๆ ด้วยท่าทางปกติ ก่อนเริ่มชี้แจงต่อหน้าสื่อด้วยเริ่มมีน้ำตาคลอและเสียงสั่นเครือตลอดเวลาชี้แจงว่า

"วันนี้มาร่วมงานปกติ ไม่ได้แถลงข่าวใด ๆ ทั้งสิ้น เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น เราไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับใคร ขอยืนยันนะคะ อยากจะขอให้เรื่องนี้มันจบได้สักที จบได้แล้วนะคะ จะบอกว่า SMS ที่ส่งเป็นของกี้จริง แล้วก็เป็น SMS ปกติ ที่ไม่มีอะไรแอบแฝง เพราะพี่เป๊กส่งมาหากี้เองจริง ๆ แล้วเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่กี้ใช้มานานแล้ว และที่ผ่านมาไม่ได้ใช้เบอร์นี้เป็นปีแล้ว พอเปิดมาก็มาเจอที่พี่เขาส่งมาหา กี้ก็ตอบกลับไปโดยไม่ได้คิดอะไรและไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงใด ๆ ทั้งสิ้น บอกได้เลยว่า ตอนนี้ในหัวสมองของกี้มีแต่ พ่อกับแม่เท่านั้น"

"กี้อยากบอกว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันมาจากคลิปเสียงนั้นที่มีคนปล่อยออกมา ทั้งที่กี้กับแม่ไม่ได้ทำอะไร และตัวแม่ของกี้เองก็อยากให้ทุกคนเข้าใจ ว่าถ้าเกิดมีคนโทรมาหาแบบนั้น เป็นใครก็ต้องมีอารมณ์โมโหและโกรธเป็นธรรมดา เอาเป็นว่า กี้ก็ต้องขอโทษแทนคุณแม่ด้วย ที่พูดจาไม่ดีและพูดทำให้เสียหาย กี้เชื่อว่าคุณแม่ไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่บริสุทธิ์ใจที่จะปกป้องลูกสาว ไม่มีการเล่ห์กลอัดเทปเสียงอะไรแต่อย่างใด"

เมื่อนักข่าวถามว่า แล้วหลังจากนี้จะส่งข้อความถึงฝ่ายนั้นอีกหรือเปล่า? 
"ไม่ใช่เลิกคะ ต้องใช้คำว่า อย่ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตกี้อีกดีกว่า เบอร์โทรศัพท์เบอร์นั้น กี้ก็ไม่ได้ใช้แล้วด้วยซ้ำ กี้ทำงานตลอด 7 วัน จะเอาเวลาไหนไปส่งข้อความ ไม่คิดจะอยากส่งด้วย แค่ตอบกลับไปเป็นมารยาทเท่านั้น" 

พี่เป๊กส่งมาว่ายังไง? 
"อย่าถามกี้เรื่องนี้เลยคะ ให้มันจบสักทีเถอะ ฝ่ายกี้เองจบมาตั้งนานแล้ว"

คุณแม่เป็นยังไงบ้าง?
"ตอนนี้คุณแม่ออกบวชและถือศีลอดอยู่คะ"

คราวหน้าถ้าเขาส่งมาหาอีกจะตอบกลับไปหรือไม่? 
"ไม่ต้องถามเลยคะ เอาเป็นว่าจะไม่ทำให้ใครต้องผิดหวังอีก และต่อไปนี้รับรองว่าจะไม่เกิดเรื่องน่าปวดหัวพวกนี้อีก และกี้ขอฝากบอกคนที่ปล่อยคลิปเสียงหน่อยนะคะ ตอนนี้คุณสะใจ ได้หัวเราะแล้ว ก็ควรกลับไปทำประโยชน์ให้สังคมบ้างเถอะคะ"

ที่มา: สนุกดอทคอม

เป๊ก-ธัญญ่า เปิดใจข่าว พิ้งกี้-สาวิกา

เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ (15 ส.ค.) ที่ร้านมิ้วส์ ทองหล่อ ซอย 10 ภายในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต “เจ ออน เดอะ มูน” เป๊ก-สัณชัย เองตระกูล และ ธัญญ่า-ธัญญาเรศ รามณรงค์ ได้แถลงข่าวถึงกรณีที่มีคลิปเสียงสนทนากันระหว่าง นางสรินยา ไชยเดช แม่ของ พิ้งกี้-สาวิกา กับธัญญ่า เพราะมีข้อความส่งมาที่มือถือเป๊กว่า" มิสยูนะ" ธัญญ่าจึงโทรไปหาแม่พิ้งกี้ เลยกลายเป็นเรื่องทะเลาะกันขึ้นมา ซึ่งระหว่างการแถลงข่าวเป๊ก-สัณชัย มีสีหน้าเคร่งเครียด ส่วนธัญญ่าก็แถลงข่าวต่อสื่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง



"เป๊ก" เปิดเผยว่า “ผมอยากอธิบายตรงนี้ว่า ไม่อยากให้เอสเอ็มเอสเนี่ยเป็นสาระสำคัญ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องอธิบาย ถ้าถามเรื่องเอสเอ็มเอสเป็นยังไง ผมก็จะบอกว่ามันเป็นเรื่องจริง เป็นเบอร์ที่น้องเคยใช้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมว่าเอสเอ็มเอสที่ส่งมาเป็นแค่คำทักทาย แต่ว่าข้อความนั้นอาจทำให้คนคิดไปได้หลายอย่าง มันเป็นเรื่องปกติที่คนเคยรู้จักกันจะส่งเอสเอ็มเอสหากัน ใครก็ทำได้ ผมเองในบางครั้งที่เห็นน้องเขาตามสื่อโฆษณา นึกถึงก็ส่งข้อความหา แล้วก็บอกธัญญ่าด้วย แต่ผมเข้าใจดี ในเรื่องของการที่ธัญญ่าได้รับเอสเอ็มเอสมาวันนั้น ในฐานะของภรรยาก็ต้องโกรธเป็นธรรมดา ถึงแม้ว่าวันนั้นจะไม่ใช่เบอร์ของน้อง แต่อยากจะบอกธัญญ่าและทุกคนในที่นี้ว่า ผมกับน้องเขาไม่มีอะไร ไม่ได้เจอกัน ไม่ได้คุยกัน ไม่ได้คบกัน มีแต่เอสเอ็มเอสนาน ๆ ที ด้วยความสัตย์จริงของลูกผู้ชาย ที่ผ่านมาธัญญ่าและคนใกล้ตัวของผมน่าจะเห็นว่าผมพยายามมากแค่ไหนที่จะทำให้ครอบครัวกลับมาเป็นเหมือนเดิม มันไม่มีเหตุผลใด ที่ผมจะกลับไปทำอะไรไม่ดี หรือทำให้ครอบครัวต้องกลับไปเริ่มศูนย์ใหม่ ตัวน้องเขาเองผมเชื่อได้เลยว่าเขาก็ผ่านอะไรร้าย ๆ มาเยอะ กว่าจะกลับมาเริ่มต้นใช้ชีวิตปกติก็เป็นเรื่องที่ยากลำบาก น้องเขาคงไม่กลับไปทำให้มันเป็นแบบนี้อีก ผมขอยืนยันให้ทุกคนและธัญญ่าทราบว่า ทุกเรื่องที่ได้ยินมาไม่เป็นความจริง เป็นแค่การทักทายตามปกติ ส่วนในเรื่องของคลิปที่หลุดออกมา ไม่รู้ว่าหลุดออกมาได้ยังไง เพราะธัญญ่าส่งให้เพื่อนสนิทและครอบครัวที่ต่างประเทศ ส่วนผมก็ส่งให้เพื่อนสนิทและครอบครัวผม และเพื่อนที่ทำงานของผมฟังก็เท่านั้น ส่วนในเรื่องของคลิปเนี่ยเป็นเพราะ ธัญญ่าพยายามโทรไปหาแม่ของน้องเขา ซึ่งเมื่อนานมาแล้วแม่เขาบอกว่ามีอะไรก็ปรึกษาได้ ธัญญ่าโทรไปก็เป็นจุดเริ่มต้นของคลิปนี้ ส่วนคุณแม่ของน้องเขาคงตกใจ และก็รู้ว่าน้องไม่ได้ติดต่อผมแล้ว พอมาเจอเรื่องนี้ก็ต้องโมโห และก็ต้องปกป้องลูกสาวเป็นเรื่องธรรมดา ผมไม่อยากให้เรื่องนี้มาเป็นปัญหาของครอบครัวผมและน้องเขาอีก ที่ผ่านมาทั้งหมด ผมเป็นต้นเหตุ ทำให้เรื่องราวเกิดขึ้น ธัญญ่าต้องทะเลาะกับแม่ของน้องเขา ต้องเสียชื่อเสียง ผมเป็นต้นเหตุให้เกิดเหตุข่าวคราวที่น่าเบื่อและยืดยาวมาก ๆ ฉะนั้นขอให้เรื่องเหล่านี้ยุติ ด้วยคำพูดของผมที่เป็นลูกผู้ชาย จากนี้ไปผมก็ต้องทำให้ครอบครัวที่ผมรักมาก ๆ กลับมาเป็นครอบครัวให้เร็วที่สุด ส่วนน้องก็ปล่อยให้เขาทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว ตามที่ต้องเป็น ขอให้จบสิ้นข่าวนี้ทุกอย่าง”  

จากนั้น "ธัญญ่า" เปิดเผยต่อว่า “ก็ไม่รู้จะพูดอะไร พี่เป็กก็พูดไปหมดแล้ว อยากฝากถึงน้องคนนั้นว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ทั้งหมดมา 2 ปีกว่าจะ 3 ปี เราทุกข์ทรมานกันทุกฝ่าย ขณะนี้เรากำลังให้โอกาส พี่เป็กขอโอกาส จากที่เราตัดสินใจหย่าแน่นอน แต่ในเมื่อพี่เป๊กพร้อมที่จะกลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง และลูกเราก็โตขึ้นทุกวัน เราควรให้โอกาสเขาเพื่อครอบครัวและเพื่อลูก ก็อยากฝากขอร้องน้องนิดนึงนะคะ ในเรื่องของการส่งข้อความคิดถึงสามีเราเนี่ย มันก็ยากที่จะเข้าใจ แต่ในเมื่อพี่เป๊กยืนยันว่าไม่มีอะไร เราก็โอเคจะเข้าใจอย่างนั้น ส่วนกรณีที่คุยกับแม่ของน้องเขาในแบบไม่ดีเท่าไหร่ ก็อยากจะบอกว่า แค่จะโทรไปบอกว่า น้องติดต่อมานะ อย่างที่แม่เคยบอกไว้ว่าถ้ามีการติดต่อกันให้โทรมาบอกจะจัดการทุกอย่างเอง เราก็อยากโทรบอก ไม่งั้นก็ค้างคาใจ เราจะดำเนินชีวิตครอบครัวต่อไปยังไง ในเมื่อไม่มั่นใจเรื่องนี้ ที่ผ่านมาเกือบ 3 ปีมันทรมานทั้งคุณและครอบครัวเรา การส่งข้อความมาจะอนาคตอีกกี่ปีก็ตาม ขอให้เรามั่นใจในความสัมพันธ์ว่า มันไม่มีอะไรในเชิงชู้สาวอีกแล้ว” 

พอถึงตรงนี้ เป๊ก รีบพูดขึ้นว่า “พี่บอกธัญญ่าให้ฟังตรงนี้ว่า ในความเป็นลูกผู้ชาย เรื่องเหล่านั้นคงไม่มีเหมือนที่อธิบายไปทั้งหมด”

ธัญญ่า เลยหันไปถามเสียงเข้มว่า “คงไม่มีหรือไม่มี”

เป๊ก เลยรีบตอบกลับว่า “ไม่มี ไม่มี” 

ผู้สื่อข่าวถามว่าน้องเขาส่งข้อความมาบ่อยไหม “ผมก็ส่งไปบ้าง เวลาที่เห็นตามสื่อ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือ ลียา เราทั้งคู่ดูแลลูกตลอดเวลา ลียาเริ่มโตขึ้น จะ 3 ขวบ เริ่มรู้เรื่องแล้ว ในอนาคตผมไม่อยากให้ลูกมีปัญหาหรือมีปมด้อย ฉะนั้นต้องขึ้นอยู่กับตัวผมด้วยว่า ต้องทำทุกอย่างให้ครอบครัวผมสมบูรณ์” 

จากนั้นธัญญ่า กล่าวทิ้งท้ายว่า "ที่ผ่านมาจากเดิมที่ตัดสินใจว่าเราจะจบ แต่พอมีโอกาสได้กลับมา ก็พยายามจะเป็นครอบครัว ก็มีกิจกรรมร่วมกัน ปรึกษากันเรื่องลูกตลอด ก็เหมือนจะดีขึ้น แต่พอมาเกิดเรื่อง ก็ทำให้เราไม่ไว้ใจ ธัญญ่าเชื่อว่าถ้าเป็นครอบครัว เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ถ้ามีใครเข้ามาทำให้ชีวิตเรามีปัญหา แล้วปัญหาที่เคยเกิดก็ผ่านไปไม่นาน แล้วยังมาเจอข้อความ มิสยูนะ (Miss You Na) ก็ยากที่จะเข้าใจ แต่เราก็พยายามจะเข้าใจ หลังจากที่เราได้รับการยืนยันนะคะ แต่วินาทีแรกที่เห็นข้อความก็รู้สึกไม่เอาแล้ว แต่พอเราได้คุยกัน ใจเย็นลง ก็โอเค จะเข้าใจแบบนั้น”

ที่มา: เดลินิวส์

“เป๊ก” รับตัดไม่ขาดยังส่งข้อความหา “พิ้งกี้” แต่ไม่มีอะไรเกินเลย ยืดอกรับแมนๆ ผมผิดเอง

“เป๊ก” แอ่นรับตัดไม่ขาดยังส่งข้อความหา “พิ้งกี้” ตามประสาคนรู้จัก แต่ยืนยันอย่างลูกผู้ชายไม่มีเรื่องชู้สาว ฉุนกึกโดนถามจะยังติดต่อพิ้งกี้อีกมั้ย ตอกอย่ามาคะยั้นคะยอ ก่อนยืดอกรับแมนๆ ผมเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด ลั่นจะทำทุกวิถีทางให้ครอบครัวกลับมาเป็นเหมือนเดิม ด้าน “ธัญญ่า” บอกทุกข์ทรมานมามากแล้ว วอนพิ้งกี้อย่าติดต่อสามีอีก



ยังคงเป็นมหากาพย์เรื่องยาวฉาวสะท้านวงการอยู่ หลังจากมีคลิปเสียงที่แทนตัวเองว่า “ธัญญ่า” โต้เถียงกัน กับ “แม่พิ้งกี้” เพราะฝ่ายแรกโกรธที่พิ้งกี้ส่งข้อความ “คิดถึง” ไปหาสามีของตนเองที่ชื่อ “เป๊ก” ทำเอาทางฝ่ายของแม่พิ้งกี้ฟิวส์ขาดโต้กลับอย่างดุเดือดถึงขั้นขึ้น มึง กู เ_ ี้ย

ซึ่งก่อนหน้านี้ เป็นทางฝ่ายของ “ธัญญ่า ธัญญาเรศ” ที่ออกมายอมรับว่าเป็นเสียงของตนเองเถียงอยู่กับ “สรินยา ไชยเดช” แม่ของนางเอก “พิ้งกี้ สาวิกา” เพราะไม่พอใจที่พิ้งกี้ส่งข้อความคิดถึงมาหาสามี พร้อมเผยตั้งใจอัดเสียงไว้ให้สามีและเพื่อนๆ ฟัง แต่ส่งให้เพื่อนหลายคน อาจทำให้เสียงดังกล่าวหลุดออกไปวงกว้าง ด้าน “แม่พิ้งกี้” ก็ออกมาพูดถึงเรื่องนี้แล้วเช่นกัน โดยรับผิดที่พูดคำหยาบคายกับธัญญ่า แต่อยากให้เข้าใจว่า ทำไปเพื่อปกป้องลูก ก่อนแขวะธัญญ่าคงเห็นว่าลูกสาวของตนกำลังกลับเข้ามาในวงการบันเทิงมีงานเลยทนไม่ไหว

ล่าสุด เมื่อช่วงเวลาประมาณ 15.30 น.ของวันนี้ (15 ส.ค.) “ธัญญ่า” ได้ควงสามี “เป๊ก สัณชัย เองตระกูล” ออกมาเปิดใจถึงคลิปดังกล่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต “Jetrin 20th Anniversary World tour 2012” ที่ร้าน Muse ทองหล่อซอย 10 โดยทั้งคู่เปิดฉากแจงแจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า….

เป๊ก : “ผมไม่อยากให้มองว่าเรื่องเอสเอ็มเอสเป็นเรื่องสาระสำคัญนะ ถ้าถามว่าเรื่องเอสเอ็มเอสเป็นยังไง ผมก็จะบอกว่ามันเป็นเรื่องจริง เบอร์ก็เป็นเบอร์ที่น้องเขาเคยใช้ ผมรู้และเข้าใจดีว่าเอสเอ็มเอสที่ส่งไปเป็นแค่การทักทาย คำที่อยู่ในประโยคนั้นๆ หรืออยู่ในเอสเอ็มเอสมันสามารถทำให้คนคิดได้ไปหลายรูปแบบ เพราะต่างคนก็ต่างความคิด มันก็ด้วยต่างวาระต่างสถานการณ์ ทำให้คำๆ นี้ สามารถแปลความหมายไปได้ในหลายความหมาย”

“อยากจะบอกว่า จริงๆ แล้ว มันเป็นเรื่องปกติของการส่งเอสเอ็มเอสสำหรับคนที่รู้จักกัน มันเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องของมนุษย์ เป็นเรื่องของคนที่ทำกันได้ ผมเองในบางครั้งที่ได้เห็นน้องเขาตามสื่อ หรือตามโฆษณา พอนึกถึงก็ส่งเอสเอ็มเอสไปตามปกติ ซึ่งผมก็บอกธัญญ่า แต่ผมเข้าใจในเรื่องของธัญญ่าที่ได้รับเอสเอ็มเอสในวันนั้น ในฐานะภรรยา ธัญญ่าก็จะต้องโกรธและโมโหเป็นธรรมดา”

“ถึงแม้ในวันนั้นเบอร์ที่ส่งมาจะไม่ใช่เบอร์ของน้องเขาก็ตาม เมื่อเอสเอ็มเอสมาแบบนี้ ธัญญ่าก็จะต้องโมโห ผมเข้าใจได้ดี แต่ก็อยากจะบอกธัญญ่า และทุกคนในที่นี้ด้วย ว่า ผมเองและน้องเขาไม่ได้มีอะไรเลย ไม่เคยได้เจอ ไม่เคยได้พบกันเลย มีแต่เพียงแค่แมสเสจทักทายนานๆ ที นี่พูดด้วยความสัตย์จริงของลูกผู้ชาย”

“ด้วยที่ผ่านมาทุกคนเอง คนที่ใกล้ตัวผมทุกคนคงเห็นว่า ผมเองพยายามมากแค่ไหนที่จะทำให้ครอบครัวกลับมาเป็นเหมือนเดิม ให้ภรรยาคือธัญญ่าที่ผมรักมาก และลูกสาวที่ผมรักกลับมาเป็นเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นมันไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะกลับไปทำเรื่องแบบนั้น หรืออะไรที่ไม่ดีที่จะทำให้ครอบครัวผมกลับไปนับศูนย์อีก มันไม่ใช่ความคิดของผมแน่นอน”

“ในส่วนตัวของน้องเขาเอง ผมเชื่อว่า เขาเองก็ผ่านอะไรร้ายๆ มาเยอะ กว่าที่เขาจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทำงานเลี้ยงดูครอบครัวได้ตามปกติ มันก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากแสนเข็ญหลายๆ คนก็คงเห็น คงไม่มีความคิดที่จะกลับมาทำอะไรที่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ขอยืนยันให้ทุกคนได้ทราบ ให้ธัญญ่าได้สบายใจว่า ทุกเรื่องที่ได้ยินมามันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นเพียงแค่การทักทายกันปกติ”

“ในเรื่องของคลิปที่หลุดออกไป ผมก็ไม่รู้ว่าหลุดไปได้ยังไง ธัญญ่าส่งให้เพื่อนสนิท ส่งให้ครอบครัวที่ต่างประเทศ แล้วก็ผมส่งให้เพื่อนสนิท ส่งให้ครอบครัวผมเช่นเดียวกัน พนักงานผมฟังทุกๆ คน หลุดยังไงผมไม่ทราบ ผมต้องบอกไว้ว่าในฐานะที่ธัญญ่าเป็นภรรยา คงจะต้องโมโหผมเป็นธรรมดา ธัญญ่าเองก็ได้โทร.ไปหาน้องเขา ซึ่งมีอยู่วันนึงเมื่อนานมากแล้ว คุณแม่ของน้องเขาได้บอกธัญญ่า ว่า ถ้ามีปัญหาอะไรให้โทร.มาปรึกษาได้ ธัญญ่าก็เลยโทร.ไป มันก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของคลิปอันนี้”

“ส่วนทางคุณแม่ของน้องเขาเอง ผมก็เข้าใจว่า ตัวคุณแม่น้องเขาคงรู้ว่าน้องไม่ได้ติดต่อไม่ได้อะไรกับผม แต่พอได้มาเจอเรื่องนี้อีกครั้งนึง ก็คงจะตกใจ โมโห แล้วก็คงต้องปกป้องลูกสาวในฐานะที่เขาเป็นแม่ มันเป็นเรื่องธรรมดา ผมไม่อยากเอาเรื่องเหล่านี้มาเป็นปัญหาให้ครอบครัวผมเองจะต้องมีปัญหาอีก รวมถึงครอบครัวของน้องเขาด้วย ก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น”

“ที่ผ่านมา ทั้งหมดทั้งมวล ผมเป็นต้นเหตุที่ทำให้เรื่องราวต่างๆ นานา มันเกิดขึ้นมา ให้ธัญญ่าต้องทะเลาะกับแม่น้องเขา หรือว่าตัวน้องเขาและอีกหลายๆ คน ทำให้ธัญญ่าต้องเสียชื่อเสียง รวมถึงชื่อเสียงของน้องเขาด้วย ผมเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดข่าวคราวที่น่าเบื่อหน่ายยืดยาวมากๆ จนผมเห็นข่าวผมเอง ผมยังไม่ดู ไม่อ่านอะไรทั้งสิ้น ผมอยากให้เรื่องราวเหล่านี้ยุติ ด้วยคำพูดของผมในฐานะที่ผมเป็นลูกผู้ชาย”

“ถ้าคุณมารอฟังผมกันเยอะขนาดนี้ คุณต้องเชื่อผมและให้เกียรติผม ว่า ในสิ่งที่ผมพูด ผมพูดเรื่องจริง ผมยืนยันว่า ผมกับน้องเขาไม่มีอะไร ไม่เคยเจอกันไม่เคยพบกัน และจากนี้ไปผมก็ยืนยันว่า ผมจะต้องทำให้ครอบครัวที่ผมรักมากๆ ภรรยาและลูกที่ผมรักกลับมาอยู่ด้วยกันดีเหมือนเดิมให้ได้เร็วที่สุด ส่วนน้องเขาก็ปล่อยให้น้องเขาทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวตามที่เขาต้องเป็น ผมอยากจบสิ้นยุติข่าวเรื่องนี้ทุกสิ่งทุกอย่าง”

“อีกอย่างผมต้องขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ นักข่าวทุกคน สื่อทุกสื่อ พิธีกรรายการข่าวทีวีต่างๆ ที่ได้รอจะให้โอกาสผมได้มาพูดในวันนี้ โดยที่ไม่มีการลงข่าวหรือว่าอะไรมาตัดสินผมไปลงข่าวก่อน อันนี้ผมต้องขอบคุณจากใจผมเลย จากนี้ไปผมก็จะต้องเดินหน้าทำให้ครอบครัวผมกลับมาดีเหมือนเดิม”

ธัญญ่า : “เรื่องทั้งหมดเป๊กพูดไปหมดแล้ว อยากฝากถึงน้องคนนั้นว่า เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมา 2 ปีกว่า จะ 3 ปี พวกเราทุกข์ทรมานกันหมดทุกฝ่าย ขณะนี้เรากำลังให้โอกาส พี่เป๊กขอโอกาส จากที่เราตัดสินใจว่าจะหย่าแน่นอนในเมื่อพี่เป๊กเป็นคนขอกลับมาอีกครั้ง และลูกเราก็โตขึ้นทุกวัน เราเลยคิดว่าก็ควรจะให้โอกาสเขา เพื่อครอบครัวเราและลูกของเรา”

“อยากฝากขอร้องน้องนิดนึงนะคะ เรื่องการส่งข้อความคิดถึงสามีเรา มันก็ยากที่จะเข้าใจ แต่ในเมื่อพี่เป๊กยืนยันว่าไม่มีอะไร เราก็โอเคจะเข้าใจอย่างนั้น สำหรับกรณีที่เกิดการคุยกันในลักษณะที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่กับคุณแม่ของน้องเขา อยากบอกว่า เราแค่จะโทร.ไปบอกว่าน้องเขามีการติดต่อมานะ คุณแม่เคยบอกไว้ว่าถ้ามีการติดต่อให้บอกคุณแม่ คุณแม่จะจัดการทุกอย่างเอง เลยอยากจะโทร.ไปบอกเขา ไม่งั้นมันจะค้างคาใจ”

“เราจะดำเนินชีวิตครอบครัวต่อไปยังไง ในเมื่อเราไม่มั่นใจในเรื่องนี้เกือบ 3 ปี มันทุกข์ทรมานทั้งครอบครัวเราครอบครัวคุณ เรื่องการส่งข้อความหรือการโทร.มาจะในอนาคตอีก 2-3 ปี หรืออีกปีหรือ 6 เดือน ก็ขอให้เรามั่นใจในความสัมพันธ์นั้นว่าไม่มีอะไรเชิงชู้สาวอีกแล้ว ธัญญ่าจะโอเคค่ะ”

เป๊ก : “อันนี้บอกให้ธัญญ่าฟัง ยืนยันได้เลยอย่างลูกผู้ชายว่า เรื่องเหล่านั้นคงไม่มี เหมือนที่อธิบายทั้งหมด”

ธัญญ่าแทรกว่า : “คงไม่มีหรือไม่มี”

เป๊ก : “ไม่มีๆ”

เผยส่งข้อความเดือนละครั้ง ต่อไปถ้าเจอกันก็ยืนยันว่าจะทักทายปกติ

เป๊ก : “บางทีผมก็ส่งเดือนละครั้ง เมื่อเวลาผมเห็นสื่อหรือเห็นอะไรที่ทำให้มันนึกถึงคนที่เคยรู้จัก ผมก็เอสเอ็มเอสไปเป็นปกติ หรือในอนาคตถ้าผมเจอน้องเขา ผมก็คงต้องทัก ส่งแมสเสจไปตามปกติ ไม่มีอะไรเป็นเรื่องแบบนั้น มันเป็นเรื่องปกติมาก”

เมื่อถามว่า จะเปลี่ยนเบอร์หรือยังจะส่งแมสเสจไปหาอีกมั้ย? งานนี้ทำเอาเป๊กฉุนขึ้นมาทันควัน

“ไม่เปลี่ยน คุณไม่ต้องถามหรอก ผมพูดไปหมดแล้ว ไม่ต้องมาคะยั้นคะยอถามผมว่าส่งไม่ส่ง ผมพูดทุกสิ่งทุกอย่างหมดแล้ว ทุกคนก็รู้ดี ลองคิดถึงตัวคุณเองสิ ถ้าคุณรู้จักใครซักคนคุณจะทำยังไง ความเป็นเพื่อนคุณไม่มีเหรอ ความเป็นพี่เป็นน้องทำไม่ได้เหรอ ผมยืนยันและตั้งใจทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีเพื่อครอบครัว ณ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือลียา เราช่วยกันดูแลทั้งคู่ตลอดเวลา ลียาเขาก็ติดคุณแม่มากกว่า”

ธัญญ่า : “แต่ถ้าไม่มีธัญญ่าลูกก็จะติดพี่เป๊กมากเหมือนกัน”

แสดงว่าเป๊กขอโฟกัสที่ลูกก่อน ?

เป๊ก : “แน่นอน ในอนาคตผมไม่อยากให้ลูกมีปัญหา มีปมด้อย ฉะนั้น ขึ้นอยู่ที่ตัวผมด้วย ต้องทำทุกอย่างให้ครอบครัวผมสมบูรณ์ เรื่องชีวิตคู่เราสองคนจริงๆ มันก็ใช้อยู่แล้วสามีภรรยาเนี่ย ก็แค่แยกบ้านกันนอน”

ธัญญ่า : “ที่ผ่านมา จากตัดสินใจจะหย่าแน่นอน จบแน่นอน แต่พอมีโอกาสได้กลับมาเป็นครอบครัว อาจไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เราก็ยังไปต่างประเทศ ทำกิจกรรมร่วมกัน มีปัญหาเรื่องลียาก็ปรึกษากันตลอด ทุกอย่างเหมือนดีขึ้น เราสบายใจที่พี่เป๊กพยายามให้เห็นจริงๆ แต่พอเกิดเรื่องแบบนี้ก็ทำให้เราเฟล เหมือนเรายังไม่ไว้ใจ”

เป๊ก : “ก็ที่พูดทั้งหมดเพราะอยากให้เข้าใจว่าไม่มีอะไร”

ธัญญ่า : “ธัญญ่าเชื่อว่าถ้าเป็นภรรยา เป็นครอบครัว เป็นแม่ของลูก ถ้ามีใครเข้ามาทำให้ชีวิตเรามีปัญหา เคยมีปัญหามาก่อนแล้วเวลาก็ผ่านไปไม่นาน แล้วยังมาเจอข้อความ Miss you na มันยากที่จะเข้าใจ แต่เราก็พยายามจะเข้าใจหลังจากการที่เราได้รับการยืนยันนะคะ แต่ในวินาทีที่ได้เห็นข้อความก็คิดว่าจบแล้ว ไม่เอาแล้ว แต่พอวันเวลาผ่านไป เราก็ใจเย็นลง ได้คุยกัน ก็โอเค จะเข้าใจแบบนั้น”

เป๊ก : “ผมยืนยันความด้วยความเป็นลูกผู้ชายของผม แต่พูดไปเดี๋ยวก็โดนด่าอีก ก็มันไม่มีอะไรอย่างที่คนอื่นคิดหรอกครับ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

“ธัญญ่า” รับอัดคลิป “แม่พิ้งกี้” อินจัดเข้าฉากตบเมียน้อยเทกเดียวผ่าน

“ธัญญ่า” รับอัดเสียงสนทนาระหว่างตนกับ “แม่” ของสาว “พิ้งกี้” ไว้ เพราะเดือดที่เห็นข้อความ “คิดถึง” ส่งมาในโทรศัพท์ของ “เป๊ก” ซึ่งเป็นเบอร์โทรของพิ้งกี้ ลั่นตั้งใจอัดเสียงไว้ให้สามีและเพื่อนๆ ฟัง แต่ส่งให้เพื่อนหลายคน อาจทำให้เสียงดังกล่าวหลุดออกไปวงกว้าง ด้าน “แม่” ของพิ้งกี้ รับผิดเองที่พูดคำหยาบคายกับธัญญ่า บอกธัญญ่าคงเห็นว่าลูกสาวของตนกำลังกลับเข้ามาในวงการบันเทิงมีงานเลยทนไม่ไหว



หลังจากมีคลิปเสียงที่แทนตัวเองว่า “ธัญญ่า” โต้เถียงกัน กับ “แม่ของพิ้งกี้” เพราะฝ่ายแรกหึงหวงที่พิ้งกี้ส่งข้อความคิดถึงไปหาสามี ส่วนแม่ของพิ้งกี้ก็เถียงแทนลูกถึงขั้นขึ้น ขึ้น มึง กู เ_ ี้ย ตอนนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเสียงดังกล่าวเป็นเสียงของ “ธัญญ่า ธัญญาเรศ รามณรงค์” กับ “สรินยา ไชยเดช” แม่ของ “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช” โดยธัญญ่าได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เช้าดูวู๊ดดี้” ยอมรับว่าเป็นคนอัดคลิปเสียงเอง

“ที่คลิปหลุดออกมา เพราะธัญญ่าส่งให้เพื่อนสนิทฟังด้วยความที่โมโหมาก ก็ส่งให้เพื่อนฟังเยอะมากซึ่งธัญญ่าก็ไม่รู้เรื่องว่าคลิปหลุดออกมาแล้ว ก็งงเล็กน้อย เพราะไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยคลิป และในคลิปธัญญ่าเองก็พูดกวนมาก ไม่ได้อยากจะให้หลุดออกไป ถ้าตั้งใจปล่อยจริงๆ คงจะพูดอะไรที่ดีกว่านี้ แล้วตอนที่อัดเสียงธัญญ่าก็ไม่ได้อยู่กับพี่เป็ก อยู่คนละบ้าน แต่พออัดเสร็จก็เอาไปให้เขาฟังด้วยว่าคุณแม่คู่กรณีพูดอะไรยังไงบ้าง”

“ตอนแรกเลยไม่คิดจะอัดคลิปเสียงนี้เลย แต่พอเห็นเอสเอ็มเอส คำว่า MISS YOU ขึ้นที่โทรศัพท์ของพี่เป็กเท่านั้นแหละธัญญ่าก็โทร.หาคุณแม่ของคู่กรณีทันที เพราะคุณแม่เขาเคยโทร.หาธัญญ่าแล้วบอกว่า ถ้าเมื่อไหร่ลูกเค้าติดต่อหาพี่เป๊กอีกให้โทร.หาแม่”

“ธัญญ่าก็เลยโทร.ไปหาแค่นั้นเอง เพื่อจะบอกว่ามีการติดต่อกลับมานะ แต่คุณแม่เล่นพูดซะขนาดนั้น ธัญญ่าเลยอัดไว้ให้พี่เป๊กฟัง และด้วยความโมโหก็ส่งให้เพื่อนสนิทฟังด้วย ส่วนทางพี่เป๊กก็นิ่งๆ ไม่ได้โมโหอะไร ยังปกติเหมือนเดิม ธัญญ่าเองก็ยังทำงานต่อไปถ่ายละครเรื่องแรงเงาที่ค่อนข้างคล้ายชีวิตจริงมากๆ แล้ววันที่เกิดเรื่องก็ไปถ่ายละครเรื่องนี้ด้วยมีฉากตบเมียน้อย ก็ยิ่งอินจัด ตบเทคเดียวผ่านเลย จะแถลงข่าวหรือเปล่า คงต้องดูพี่เป๊กก่อนแล้วแต่เขา ถ้าจะแถลงก็แถลงคู่เลยจะได้จบทีเดียว”

ด้าน “แม่” ของ “พิ้งกี้” ยอมรับผิดใช้คำหยาบคายกับอีกฝ่าย แจงเพราะต้องการปกป้องลูกสาว

“ธัญญ่ามีอยู่มุกเดียว แม่หลุด แม่ผิดเองที่ขึ้นมึงขึ้นกู แต่เข้าใจอารมณ์คนเป็นแม่ไหมใครมาด่าลูกเราเราก็ต้องปกป้อง สงสัยจะเห็นพิ้งกี้กำลังกลับเข้ามาในวงการมีงานเลยทนไม่ไหว”

ด้านหนุ่ม “เป๊ก” เองยืนยันตนไม่ได้เจอกับสาวพิ้งกี้นานแล้ว และตนพร้อมเจอพูดคุยถึงเรื่อดังกล่าวในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ ที่งานแถลงข่าวคอนเสิร์ตของหนุ่ม “เจ เจตริน วรรธนสิน”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

ฟังเสียงจะจะ! สาวแทนตัว “ธัญญ่า” ด่าไฟแลบกับ “แม่พิ้งกี้” เพราะลูกสาวไม่เลิกยุ่งกับผัวชาวบ้าน

เนื่องจากเนื้อหาข่าวนี้อาจมีผลทางรูปคดีที่อาจจะมีการฟ้องร้องต่อกันจึงไม่สามารถเอาเผยแพร่ ณ ที่นี้ได้ ให้ทุกท่านเข้าฟังและอ่านรายละเอียดเต็มๆได้ที่ http://www.manager.co.th/entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9550000097289


ขออภัยในความไม่สะดวก
ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

“ธัญญ่า” ใจหิน “เป๊ก” สร้างบ้าน 40 ล้าน ง้อ แต่ขอแยกกันอยู่สบายใจกว่า

“ธัญญ่า” ใจแข็ง “เป๊ก” สร้างบ้าน 40 ล้าน ง้อ แต่ไม่ใจอ่อน บอกสบายใจที่จะแยกกันอยู่มากกว่า แจงไม่อยากกลับไปเจอปัญหาเดิมๆ เผยตอนนี้ยังเป็นสามี-ภรรยา เพราะยังไม่หย่า

เรียกว่าเดินหน้าง้อเต็มสูบ สำหรับ “เป๊ก สัณชัย เองตระกูล” ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจัดทริปเที่ยวยุโรปรวดเดียว 4 ประเทศ เพื่อง้อภรรยา “ธัญญ่า ธัญญาเรศ” ล่าสุดก็ควักประเป๋าสร้างบ้านราคา 40 ล้าน ด้วยความหวังว่าอยากให้ธัญญ่าพาลียากลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก ถือเป็นการง้อที่ลงทุนสูงทีเดียว

“บ้านหลังนี้สร้างมานานแล้วค่ะ หลังค่อนข้างใหญ่พอสมควร สร้างมาตั้งนานแล้วไม่เสร็จสักที ราคาก็น่าจะถึง 40 ล้านค่ะ แต่จะมากกว่านี้หรือเปล่าต้องไปถามเขาค่ะ อีกนานกว่าบ้านจะเสร็จ แต่จะตอนไหนต้องไปถามเขา เพราะว่ามันก็เหลืออีกเยอะเหมือนกัน เป็นบ้านที่ซื้อมา 4-5 ปีแล้ว เป็นบ้านที่แยกมาจากบ้านของพ่อแม่เลย”

“เรื่องย้ายมาอยู่ด้วยกันเดี๋ยวค่อยว่ากันค่ะ พอมันเกิดเรื่องเกิดราวขึ้นมา พอเรามาอยู่ตรงนี้แล้วเราสบายใจ มันก็เลยยังให้คำตอบไม่ได้เหมือนกัน ตอนนี้ยังแยกกันอยู่อยู่ค่ะ แต่เรายังมีกิจกรรมที่ยังทำด้วยกันอยู่ ไปต่างประเทศ เราก็ไปด้วยกัน พาน้องไปเที่ยว”

เรียกว่า “เป๊ก” เดินหน้าง้อเอาใจทุกอย่าง แต่ยังใจแข็ง

“ไม่หรอกคะ เราก็ไม่ได้ไจแข็งอะไร เพราะตอนนี้เราก็ไม่ได้ทะเลาะ เราก็ยังไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่นะคะ ที่เรายังไม่อยากกันอยู่เหมือนเดิม เพราะว่าเราไม่อยากกลับไปเจอปัญหาเดิมๆ เพราะกว่าที่เราจะทำใจได้ มันยาก แล้วพอเรากลับไปแล้ว เรากลัวว่าเราจะกลับไปเจอเรื่องแบบนี้อีกไหม เหมือนเมื่อก่อนที่อยากรู้นู่นนี่ ก็จะคอนเช็ค การอยู่แบบนี้อาจจะอยู่กันได้นานกว่าเดิมก็ได้ ตอนนี้ยังคงเป็นสามีภรรยา เพราะว่ายังไม่ได้หย่ากันค่ะ”

“ตอนนี้เขาก็ไม่ได้ทำอะไรให้ไม่สบายใจ ไม่มีแล้วค่ะ เหมือนว่าตอนนี้เราอยู่ตัว เหมือนกับว่า ถ้าเราไปนั่งเฝ้านั่งระแวงมันก็ไม่ใช่เรื่อง เราก็มีลูกที่เราต้องดูแล มันอาจจะดีกว่า ถ้าอาจจะมาอยู่ด้วยกันแล้วมาทะเลาะกันทีเดียวตู้มเดียวแล้วหย่ากันไปเลย”

“มันไม่รู้ว่าจะเรียกเป็นการปลงหรือเปล่า แต่ตัวพี่เป๊กเอง ตอนนี้ก็ดูแลลียาเป็นอย่างดีค่ะ ตอนนี้ก็มีอะไรอย่าเอาอะไรมาเล่าให้ถึงหูอีก ไม่งั้นอาจจะควันออกหูอีก เพราะตอนนี้คุณเป๊กไม่มีเรื่องผู้หญิงเข้าถึงหูเลยค่ะ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

“เป๊ก” เดินหน้าง้อ “ธัญญ่า” ควงเที่ยว 4 ประเทศรวด ฟุ้งเอาอยู่

“เป๊ก” เดินหน้าง้อ “ธัญญ่า” ควงเที่ยว 4 ประเทศรวด หวังให้เมียและลูกกลับมาอยู่ด้วยกัน ด้าน ธัญญ่า ใจแข็งยังไม่ขอกลับไปใช้ชีวิตครอบครัว เหตุหวั่นถ้ากลับไปจะทะเลาะกันอีก แต่ยอมรับความสัมพันธ์ดีขึ้น

จัดหนักจัดทริปเที่ยวยุโรปรวดเดียว 4 ประเทศ ทำเอา “เป๊ก สัญชัย เองตระกูล” กระเป๋าแทบฉีก หวังเดินหน้าง้อ “ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล” ภรรยาสุดเลิฟ ให้กลับมาใช้ชีวิตครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ แม่ ลูก แต่งานนี้ดูเหมือนสาวธัญญ่า จะใจอ่อนลงบ้าง แต่ก็ยังไม่เต็มร้อย ทำเอาสามีต้องรีบเดินหน้าง้อเต็มที่ตามใจทุกอย่างเท่าที่จะทำได้

ธัญญ่า : “ไปเที่ยวยุโรป คือ ไปรับคุณแม่กับคุณตาก็เลยไปเจอกันที่ยุโรป ไปเที่ยวครั้งนี้ก็ดีค่ะ พาคุณตาไปต่างประเทศ เพราะเขาไม่เคยไปต่างประเทศเลย คุณยายก็เพิ่งเสีย คุณยายไม่ชอบขึ้นเครื่องบิน เลยพาคุณตามา เพราะแกเป็นโรคซึมเศร้า”

เป๊ก : “ก็สนุกดีครับได้ไปเที่ยวกับลียา (สบายกระเป๋าไหม ธัญญาชอปปิ้งไปเยอะ?) ก็สบายเลยครับ”

ธัญญ่า : “ความจริงก็ไม่ได้เยอะหรอกค่ะ โดนสั่งไม่ให้ช็อป เพราะส่วนใหญ่หมดกับค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ค่ากินค่าอยู่ เพราะไปหลายประเทศ 4 ประเทศ ไปอังกฤษ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี”

เป๊ก : “เป็นการฮันนีมูน (หัวเราะ)”

ธัญญ่า : “ไม่ค่ะๆ เป็นการง้อค่ะ สำเร็จหรือไม่สำเร็จก็รอดูอีกที”

เป๊ก : “ถามว่าสำเร็จไหมก็ดูสิ ตั้ง 4 ประเทศ (ยิ้ม) (ท่าทางเขาใจอ่อนไหม?) ก็เอาอยู่นะ”

ธัญญ่า: “ก็ต้องรอติดตามตอนต่อไป คือ หลายคนลุ้นอยากให้เหมือนเดิม ทุกวันนี้เราสองคนอาจจะไม่เหมือนเดิมในเรื่องของการอยู่ด้วยกัน แต่ว่ากิจกรรมของลียา หรือครอบครัวเราก็จะทำด้วยกันตลอด”

เป๊ก : “ผมเองก็เดินหน้าเต็มสูบมานานแล้วครับ ท้อไหม ถ้าเขายังไม่หายก็คงต้องไปอีกหลายประเทศ (หัวเราะ)”

ธัญญ่า : “ก็ไม่ได้ใจแข็งหรืออะไรก็แค่ดูๆ ไปเรื่อยๆ หลายคนบอกว่าฟอร์มอยู่ (หัวเราะ) แหม ก็เรื่องขนาดนี้ไม่ฟอร์มได้ยังไงละ ซึ่งก็ยอมรับว่าความสัมพันธ์ดีขึ้น เราไม่ทะเลาะกัน มีอะไรก็คุยกันไม่ทะเลาะแล้ว”

เป๊ก : “ก็จากที่ไปเที่ยวกันมา ก็รู้สึกดีขึ้นครับ เพราะว่านานๆ จะได้อยู่ด้วยกัน จากนี้ต่อไปก็คงอยู่กันเรื่อยๆ คือ ก็อยากให้กลับมาอยู่ด้วยกันจริงๆ บ้านที่ทำไว้กำลังจะเสร็จ ก็คือแพลนว่าถ้าทำเสร็จอยากให้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน”

ธัญญ่า : “ณ ตอนนี้เราก็สบายใจดีอยู่แล้ว เดี๋ยวกลับไปอยู่ด้วยกันก็รู้อะไรอีก เดี๋ยวก็อยากรู้นั่นอยากรู้นี่เดี๋ยวก็ทะเลาะกันอีก ตอนนี้อยู่แบบนี้แล้วแฮปปี้ ก็อยากอยู่แบบนี้ไปก่อนค่ะ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์
 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. siamzaa ข่าวบันเทิง - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger